5 Rare Items ที่ต้องมี เพื่อพิชิตด่านสอบ IC P1

☑ แอปจัดตารางอ่านหนังสือ
วางแผนอ่านให้ชัด +ไม่หลุดโฟกัส
Google Calendar และ Structured ช่วยวางแผนการอ่าน + แจ้งเตือน

☑ หนังสือ Study Note สรุปเตรียมสอบ
ใช้เตรียมตัวก่อนสอบ ใช้เวลาอ่านน้อย-แต่เข้าใจมาก ไม่ต้องสรุปเอง

☑ โจทย์แบบฝึกหัด
ฝึกทำโจทย์ + จับเวลา เสมือนสอบจริง
ยิ่งฝึกทำโจทย์เยอะ = ยิ่งแม่น
(ATI มีโจทย์ให้ฝึกกว่า 650 ข้อ)

☑ แอปจับเวลาอ่านหนังสือด้วยเทคนิค Pomodoro
อ่านยาวๆไม่จำเท่าอ่านเป้นรอบ
แนะนำอ่าน 45 นาที พัก 10 นาที
ทำซ้ำ 4 รอบ ถึงพักยาว 30 นาที

☑ คอร์สติวเตรียมสอบ
ตัวช่วยติว เข้าใจเนื้อหาเร็ว ได้เทคนิคในการทำข้อสอบ
– ติวสดออนไลน์
– คอร์สติว e-learning
– โจทย์แบบฝึกหัดรวม 650 ข้อ
– สิทธิ์สอบ 1 ครั้ง

4 ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนไม่กล้าสอบ IC

4 ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนไม่กล้าสอบ IC
– ต้องเก่งการเงินมากถึงจะสอบผ่าน,
– ไม่มีพื้นฐานเลยสอบไม่ได้แน่นอน,
– ต้องจำสูตรเยอะมาก,
– อ่านเองประหยัดกว่าไปเรียนติว

Continue reading

ความจำไม่ดี แนะวิธีเตรียมสอบ IC ให้ปัง

ความจำของมนุษย์ แบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ

  • ความจำระยะสั้น: เปรียบเสมือนพื้นที่พักข้อมูลชั่วคราวในสมอง ซึ่งจะเก็บข้อมูลได้จำกัดและอยู่ได้ไม่นาน มักใช้ในการจำสิ่งต่างๆ ที่ต้องใช้ในขณะนั้น เช่น หมายเลขโทรศัพท์
  • ความจำระยะยาว: เปรียบเสมือนคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลได้ไม่จำกัดและอยู่ได้นาน อาจอยู่ตลอดชีวิต ใช้ในการจำความรู้ ประสบการณ์ หรือทักษะต่างๆ ที่เราสะสมมา

เทคนิคจำแบบฉบับเร่งรัด

  • เทคนิคจำให้แม่น ให้เปลี่ยนความจำระยะสั้น เป็นระยะยาว โดยการทบทวนซ้ำ และเชื่อมโยงข้อมูล

Mind Map

  • Mind Map คือ การสร้างแผนผังความคิด ช่วยจัด ระบบความคิด โดยเริ่มจากหัวข้อหลักตรงกลาง แล้วแตกกิ่งก้านออกไปเป็นหัวข้อย่อยๆ
  • ใช้ภาพ สี และคำสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เห็นภาพรวมและความสัมพันธ์ของเนื้อหา
  • ตัวอย่าง:
    • [ภาพประกอบ Mind Map ของกองทุนรวม]

Active Recall

  • ทบทวนแบบมีประสิทธิภาพ โดยการตั้งคำถามกับตัวเอง
  • แล้วพยายามตอบโดยไม่ต้องดูหนังสือ
  • ช่วยให้รู้ว่าส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ และต้องกลับไปทบทวนเพิ่มเติม
  • ตัวอย่าง:
    • วิธีคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น? -> ลองคำนวณจากโจทย์ที่เคยทำ แล้วปิดหนังสือไว้
    • ความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงเป็นอย่างไร? -> ลองอธิบายด้วยคำพูดตัวเอง และลองยกตัวอย่างประกอบ
    • ไปลองดูคำตอบในหนังสือ -> ถ้าผิดไปดูคำตอบในหนังสือ และค่อยคิดคำตอบด้านหลังดู

Spaced Repetition

  • เป็นการทบทวนเนื้อหาเป็นช่วงๆ โดยเว้นระยะห่างระหว่างการทบทวนแต่ละครั้ง
  • ช่วยลดการลืมข้อมูลที่เคยอ่านแล้วได้เป็นอย่างดี ค่อยๆ ทบทวนเพิ่มความถี่ในการทบทวน
  • ตัวอย่าง:
    • วันแรก: อ่านเนื้อหาเรื่อง “อัตราส่วนทางการเงิน”
    • วันที่ 2: ทบทวนเนื้อหาเดิม
    • วันที่ 4: ทบทวนเนื้อหาเดิมอีกครั้ง
    • วันที่ 8: ทบทวนเนื้อหาเดิมอีกครั้งและเพิ่มระยะห่างไปเรื่อยๆ

Mnemonics

  • เป็นการสร้างเทคนิคช่วยจำ โดยใช้คำคล้องจอง
  • เรื่องราว หรือภาพ เพื่อให้จำง่ายไม่ลืม
  • ตัวอย่าง: ประเภทรายได้ที่ต้องนำมาประเมิน 8 ประเภท
  • เดือนข้าง สิทธิ์สินค้า ลงทุนได้ อย่างอิสระ และรับเหมาอื่นๆ
    • เดือน: 40(1): เงินได้จากการจ้างงาน เช่น เงินเดือน โบนัส
    • ข้าง: 40(2): เงินได้จากหน้าที่ ตำแหน่ง เช่น ค่าคอมมิชชั่น
    • สิทธิ์: 40(3): เงินได้จากค่าแห่งความนิยม
    • ลงทุน: 40(4): เงินได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล (ที่ได้จากการลงทุน)
    • ได้: 40(5): เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
    • อย่าง: 40(6): เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ทนาย
    • อิสระ: 40(7): เงินได้จากการรับเหมา
    • อื่นๆ: 40(8): เงินได้จากการธุรกิจ การค้า การเกษตร อื่นๆ

เตรียมสอบ IC P1 “มูลค่าตราสารหนี้” กับดักที่ทำผิดกันเยอะที่สุด!

เตรียมสอบ IC P1 “มูลค่าตราสารหนี้” กับดักที่ทำผิดกันเยอะที่สุด!

วิธีประเมินมูลค่าของตราสารหนี้

  • แบบที่มีการชำระดอกเบี้ย (Coupon Bond)
    • มูลค่าของตราสารหนี้ = (1+YTM)1C1​​+(1+YTM)2C2​​+…+(1+YTM)nCn​​+(1+YTM)nPAR​
    • โดย:
      • Ci = ดอกเบี้ยรับ (coupon interest payment) ณ งวดที่ i
      • n = จำนวนงวดทั้งหมดที่ได้รับกระแสเงินสดจากดอกเบี้ย (coupon payment period)
      • YTM = ผลตอบแทนกระทั่งถือหมดอายุ (yield to maturity)
      • PAR = มูลค่าที่ตราไว้ หรือ ราคาของตราสารหนี้ (face value) หรือ par value
  • แบบที่ไม่มีการชำระดอกเบี้ย (Zero Coupon Bond)
    • มูลค่าของตราสารหนี้ = (1+YTM)nPAR​
  • กฎข้อที่ให้จำ:
    • ตัวตั้งตัวหารคือ “ดอกเบี้ย” และ “อัตราดอกเบี้ย”
    • ในการคำนวณ ให้เลือกใช้สูตรที่ถูกต้อง

ตัวอย่างโจทย์

หุ้นกู้ OMG อายุคงเหลือ 2 ปี มีมูลค่าที่ตราไว้ 1,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการคือ 6% ต่อปี มูลค่าของหุ้นกู้ OMG คือเท่าไหร่?

  • Step 1 หาดอกเบี้ยต่อหนึ่งงวด (หา Ci)
    • อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) เท่ากับ 4% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
    • แสดงว่าจ่ายงวดละ = 4 / 2 = 2%
    • ดังนั้น ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับดอกเบี้ยงวดละ 1,000 x 2% = 20 บาท
  • Step 2 หาอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการต่อหนึ่งงวด (หรือหา YTM)
    • อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการเท่ากับ 6% ต่อปี มีดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
    • ดังนั้นอัตราผลตอบแทนที่ต้องการต่อหนึ่งงวด เท่ากับ 6 / 2 = 3%
  • Step 3 หาจำนวนงวด
    • จำนวนงวดที่เหลือ คือ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ดังนั้นที่เหลือเท่ากับ 2 x 2 = 4 งวด
  • Step 4 แทนค่าในสูตร คำนวณหามูลค่าของหุ้นกู้
    • [ตัวเลขและสูตรคำนวณในภาพ]
    • = 19.42 + 18.85 + 18.30 + 906.26
    • = 962.83
  • ดังนั้น มูลค่าของหุ้นกู้ OMG ที่มีอายุคงเหลือ 2 ปี คือ 962.83 บาท

4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณมูลค่าตราสารหนี้

  1. ใช้ YTM ต่อปีผิด แทนที่จะใช้ YTM ต่องวดในการคิดกระแสเงินสดรายงวด
  2. ใช้จำนวนปีที่เหลือผิด แทนที่จะใช้จำนวนงวดที่เหลือในการคำนวณ
  3. ไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว ให้สอดคล้องกับความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย
  4. ลืมบวกหรือตัดดอกเบี้ยหน้าตั๋วกับ YTM ในกรณีคำนวณหาปัจจุบัน
  • ผิดพลาดบ่อยๆ คำนวณไปคนละแบบ
  • แบบนี้ง่ายกว่าแน่นอน

วิธีการเลือกกองทุนด้วยหลัก 2R 2S 2F

วิธีการเลือกกองทุน ด้วยหลัก 2R 2S 2F

2R

  • Return – สม่ำเสมอ:
    • หากองทุนที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลังสม่ำเสมอ 3, 5 ปี
    • ผลตอบแทนเฉลี่ยบรรลุเป้าหมายการลงทุน
  • Risk – เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้:
    • เลือก SD ต่ำ (Standard Diviation) ถ้าเรามีความผันผวนได้น้อย
    • เลือก Sharpe Ratio สูง (ค่าที่บ่งบอกถึงผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง)

2S

  • Style – เลือกสไตล์การลงทุนที่ชอบ:
    • เช่น Active Fund หรือ Passive Fund
  • Selection – เลือกสินทรัพย์ลงทุนที่ใช่:
    • เลือกสินทรัพย์ของกองทุนที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
    • เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา เช่น หุ้นเติบโต หุ้นขนาดเล็ก

2F

  • Fee – ค่าธรรมเนียมต้องถูก:
    • ค่าธรรมเนียมกองทุนประกอบด้วยหลายส่วน
    • หากค่าธรรมเนียมสูง ย่อมส่งผลให้ผลตอบแทนลดลงไปด้วย
  • Fund manager – ต้องเก่ง:
    • โดยดูผลการบริหารของกองทุนย้อนหลังไปหลายๆ ปี และทำความรู้จักผู้จัดการกองทุนผ่านช่องทางต่างๆ

***การเลือกกองทุนไม่ได้มีหลักการตายตัว สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ***ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสามารถดูรายละเอียดได้ที่ Fund Fact Sheet ของกองทุน, www.morningstarthailand.com, และ www.wealthmagik.com

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม, การจัดพอร์ตกองทุนรวม + อบรมเพื่อต่ออายุใบอนุญาต IC มาลงเรียนกับ ATI เลย สมัครเรียน สแกนที่ QR ในรูป

เตรียมสอบ IC ยังไงให้สอบผ่านในรอบเดียว!

1. วางแผนอ่านแบบ Smart ไม่มีแผนอ่านไปเรื่อยๆ ก็อาจจะไม่จบทันที! ให้ใช้หลักการ SMART Goal (Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound) มาช่วยกำหนดเป้าหมายการอ่าน

  • วิธีใช้กับการเตรียมสอบ IC
    • Specific (เฉพาะเจาะจง) -> กำหนดเลยว่าจะอ่านบทไหน เช่น “วันนี้จะอ่านเรื่องตราสารทุน”
    • Measurable (วัดผลได้) -> อ่าน 3 บทต่อสัปดาห์ และต้องทำแบบฝึกหัดท้ายบท
    • Achievable (เป็นไปได้จริง) -> อ่านวันละ 2 ชั่วโมง ไม่มากเกินไปจนทำไม่ได้
    • Relevant (เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย) -> โฟกัสเฉพาะจุดที่ต้องสอบบ่อยก่อน
    • Time-bound (กำหนดเวลา) -> ตั้งเดดไลน์ เช่น ภายใน 1 เดือนต้องอ่านครบทุกบท
  • เคล็ดลับ
    • ใช้ตารางอ่านหนังสือ และ แฮปปี้ไลฟ์ ให้ช่วยจัดเวลา
    • สรุปสั้นๆ เป็น Bullet Points หรือ Mind Map ช่วยให้จำง่าย

2. ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังทุกวัน การอ่านอย่างเดียวไม่พอ ต้องฝึกทำข้อสอบจริง! เพราะสอบ IC เป็นข้อสอบปรนัยที่ต้องใช้ความเร็วและความเข้าใจ

  • วิธีฝึกให้ได้ผล
    • เริ่มจากทำข้อสอบเก่า -> ทำวันละ 20-30 ข้อ แล้วตรวจเฉลย
    • จับเวลาเหมือนสอบจริง -> วันละ 1 ชั่วโมง ฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาเพื่อจำกัดตัวเองให้คิดเร็วขึ้น
    • วิเคราะห์จุดอ่อนของตัวเอง -> ข้อไหนผิดบ่อยๆ ให้จดไว้ แล้วกลับไปอ่านบทนั้น
  • เคล็ดลับ
    • ใช้ Post-it ติดไว้ว่า “ผิดเรื่องอะไรบ่อย” แล้วกลับไปอ่านซ้ำ
    • ฝึกทำโจทย์แบบ Topic-based (แยกเป็นเรื่องๆ) ก่อน แล้วค่อยทำแบบรวม

3. ใช้เทคนิค “Feynman” อธิบายให้ตัวเองฟัง Feynman Technique คือ วิธีเรียนรู้ด้วยการอธิบายเนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุด

  • วิธีใช้กับการเตรียมสอบ IC
    • อธิบายเนื้อหาด้วยคำพูดของตัวเอง -> ไม่ต้องใช้ศัพท์ยาก ลองพูดออกมาง่ายๆ
    • ลองสอนเพื่อน -> ถ้าอธิบายให้เพื่อนฟังได้ แปลว่าเราเข้าใจเนื้อหาในเรื่องจริงๆ
    • เขียนสรุปเป็นของตัวเอง -> ถ้าเรายังใช้ศัพท์ที่ยาก แปลว่าเรายังไม่เข้าใจ 100%
  • เคล็ดลับ
    • ลองอัดเสียงพูดของตัวเอง แล้วฟังซ้ำ จะช่วยให้จำได้แม่นขึ้น
    • ใช้เทคนิค “สองกระดาษ” – เขียนอธิบายเนื้อหาเหมือนสอนคนอื่น

สูตรลับ 30 วัน เตรียมสอบ IC License ให้ผ่านในครั้งเดียว!

  • Query successful

ได้เลยครับ นี่คือข้อความที่แปลงมาจากภาพที่คุณส่งมา


สูตรลับ! 30 วัน เตรียมสอบ IC LICENSE ให้ผ่านในครั้งเดียว!

สัปดาห์ที่ 1 : ปูพื้นฐาน + อ่านบทที่ออกเยอะที่สุด

  • เป้าหมาย: เข้าใจภาพรวมของข้อสอบและเน้นอ่านบทที่ออกเยอะที่สุด เริ่มจากบทที่ออกสอบเยอะ
    • เช่น ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม
  • เทคนิคแนะนำ:
    • อ่านแบบ Skim & Scan – ดูหัวข้อใหญ่ก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียด
    • จัดสรุปเป็น Mind Map – ช่วยให้เห็นภาพรวมของเนื้อหา
    • ลองทำแบบฝึกหัด – เพื่อทบทวนว่าเราเข้าใจมากแค่ไหน
    • เช็กเรื่องที่ออกข้อสอบ (QR Code ในภาพ)

สัปดาห์ที่ 2 : เจาะลึกจรรยาบรรณ + ฝึกจำสูตรคำนวณ

  • เป้าหมาย: เข้าใจจรรยาบรรณที่ออกข้อสอบบ่อย และท่องจำสูตรคำนวณสำคัญ เนื้อหาสำคัญในสัปดาห์นี้
    • กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและการให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสม
    • สูตรคำนวณที่ออกสอบ เช่น อัตราผลตอบแทน, การประเมินมูลค่าหุ้นและตราสารหนี้
  • เทคนิคแนะนำ:
    • ฝึกทำโจทย์คำนวณวันละ 10-15 ข้อ
    • ใช้ Flashcard ทบทวนสูตรคำนวณและจรรยาบรรณ

สัปดาห์ที่ 3 : ลุยทำโจทย์ + ฝึกจับเวลา

  • เป้าหมาย: ฝึกทำโจทย์ให้แม่นยำ + บริหารเวลาสอบให้ดี
    • มีแผนในสัปดาห์นี้
    • ฝึกทำโจทย์ทุกวัน (วันละ 50-100 ข้อ)
    • จับเวลาเสมือนสอบจริง – ฝึกทำโจทย์ให้ครบภายใน 2 ชั่วโมง 30 นาที
    • วิเคราะห์ข้อผิดพลาด – ดูว่าติดข้อไหนบ่อยและกลับไปอ่านซ้ำ
  • เทคนิคแนะนำ:
    • ตั้งสูตร 3 รอบ (รอบแรกทำข้อที่มั่นใจ, รอบสองทำข้อที่ยังลังเล, รอบสุดท้ายทบทวน)
    • ให้ตัด Choice ที่ผิดออกก่อน หากเจอข้อที่ทำไม่ได้ อย่าเพิ่งใจร้อน
    • อ่านโจทย์ให้ละเอียด – บางทีโจทย์มี “กับดักคำถาม” ที่ทำให้เราตอบผิด

สัปดาห์ที่ 4 : ติวเข้มโค้งสุดท้าย + ทวนจุดที่ผิดบ่อย

  • เป้าหมาย: ทบทวนรายละเอียด, ทบทวนจุดที่ผิดบ่อย
    • มีแผนในสัปดาห์นี้
    • ทบทวนสรุปที่ทำไว้ – ไม่ต้องอ่านทุกหน้า แต่เน้นจุดที่ออกสอบบ่อย
    • ทำโจทย์วันละ 50 ข้อ – เป็นเรื่องที่เคยผิด
  • เทคนิคแนะนำ:
    • วันสุดท้ายก่อนสอบ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอ่านหนักเกินไป
    • เตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในวันสอบ เช่น บัตรประชาชน, ดินสอ, ยางลบ
    • ใช้เทคนิคหายใจลึกๆ ลดความตื่นเต้นก่อนสอบ

เช็กด่วน! 6 กับดักที่ทำให้สอบ IC ไม่ผ่าน!

เช็กด่วน! 6 กับดักที่ทำให้สอบ IC ไม่ผ่าน!

1. อ่านหนังสือไม่ครอบคลุม

  • บางคนเลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ตัวเองถนัด เช่น เน้นคำนวณแต่ไม่อ่านจรรยาบรรณ หรือเน้นจรรยาบรรณแต่ไม่ฝึกคำนวณ
  • ข้อสอบออกครบทุกหมวด ถ้าอ่านไม่ครบ = พลาดคะแนนไปง่ายๆ
  • เทคนิค:
    • เช็ก Syllabus ของข้อสอบ แล้วทำ Checklist ว่าอ่านครบทุกหัวข้อแล้วหรือยัง
    • ใช้เทคนิค เน้นเวลาอ่านเป็นโซน เช่น เช้าอ่านจรรยาบรรณ เย็นฝึกคำนวณ

2. จำสูตรได้ แต่ไม่ใช้เป็น

  • ท่องสูตรคำนวณและอัตราส่วนต่างๆ ได้หมด แต่พอเจอโจทย์จริงกลับตีความผิด
  • หลายคนจำสูตรได้ แต่พลาดเรื่องหน่วย หรือเงื่อนไขในการใช้สูตร
  • เทคนิค:
    • เข้าใจแนวคิดของสูตร ไม่ใช่แค่จำ เช่น P/E Ratio ใช้ดูอะไร? สูงหรือต่ำ?
    • ฝึกทำโจทย์หลากหลายสถานการณ์ จะช่วยให้ใช้สูตรได้คล่องขึ้น

3. ทำข้อสอบแบบไม่มีแผน

  • บางคนทำข้อที่ยากก่อน จนเสียเวลา สุดท้ายทำข้อที่ง่ายไม่ทัน
  • บางคนเจอข้อสอบที่ให้เลือก “ข้อที่ผิด” แต่เผลอตอบข้อที่ถูก เพราะอ่านโจทย์ไม่ดี
  • เทคนิค:
    • ทำข้อที่ง่ายก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาทำข้อที่ยาก
    • ใช้เทคนิคตัดตัวเลือก ข้อสอบบางข้อใช้การเดาอย่างมีหลักการได้

4. บริหารเวลาไม่ดี

  • ข้อสอบ P1 มีเวลา 150 นาที หรือ เฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที เท่านั้น! ถ้าใช้เวลาข้อละ 3-4 นาที = ทำไม่ทันแน่นอน
  • เทคนิค:
    • ฝึกทำข้อสอบโดยจับเวลา เช่น ทำ 10 ข้อ ภายใน 15 นาที
    • ใช้หลักแบ่งเวลาเป็น 3 ช่วง
      • 30 นาทีแรก: ทำข้อที่ง่ายและมั่นใจก่อน
      • 60 นาทีถัดไป: ทำข้อที่ต้องคิดวิเคราะห์
      • 30 นาทีสุดท้าย: ทบทวนและทำข้อที่เว้นไว้

5. ไม่ฝึกทำข้อสอบเก่า

  • บางคนอ่านหนังสือเยอะมาก แต่ไม่เคยลองทำข้อสอบเลย
  • พอเจอข้อสอบจริงกลับทำไม่ทัน เพราะไม่คุ้นเคยกับแนวคำถาม
  • เทคนิค:
    • ฝึกทำข้อสอบเก่าขั้นต่ำ 3-5 ชุด ดูว่าข้อไหนออกบ่อย วิเคราะห์ว่าข้อไหนที่เคยทำผิดแล้วกลับไปอ่านเฉพาะจุดนั้น
    • ใช้เทคนิค “เปิด-ปิด” ทำข้อสอบรอบแรกแบบเปิดหนังสือ แล้วลองสองสองทำแบบปิดหนังสือ

6. อ่านเยอะ แต่ไม่ทบทวน

  • บางคนอ่านหนังสือเยอะมาก แต่ไม่มีการทบทวน ทำให้ลืมสิ่งที่อ่านไปแล้ว
  • การอ่านเพียวๆครั้งเดียว ไม่เพียงพอ สมองต้องการการทบทวนซ้ำ เพื่อให้จดจำได้ดีขึ้น
  • เทคนิค:
    • ใช้เทคนิค Spaced Repetition หรือการทบทวนเป็นรอบๆ เช่น
      • อ่านรอบแรก -> ทบทวนอีกครั้งใน 1 วัน
      • ทบทวนซ้ำใน 3 วัน และ 7 วัน

Private Asset การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่อยู่นอกตลาด

Private Asset หรือ การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่อยู่นอกตลาด

  • ตราสารหนี้เอกชน (Private Debt) คือ การให้กู้ยืมแก่บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่นอกตลาด
  • เฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) คือ กองทุนประเภทหนึ่งที่มีกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายและซับซ้อน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูง
  • หุ้นนอกตลาด (Private Equity) คือ การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด (Private Real Estate) คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาด เช่น อพาร์ทเมนต์ โรงแรม หรือที่ดิน
  • โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Infrastructure) คือ การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า ทางด่วน รถไฟฟ้า และอื่นๆ

ทางเลือกในการลงทุนใน Private Asset

  1. การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดโดยตรง เป็นการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ต่างๆ ที่ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น การให้กู้ยืมโดยตรงธุรกิจ (Private Credit/Debt) การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นอกตลาด (Private Real Estate)
  2. การลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นลงทุนใน Private Asset เป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนใน Private Asset กองทุนเหล่านี้จะระดมทุนจากนักลงทุนหลายรายเพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ

ลงทุนใน Private Asset ดีอย่างไร

  1. ผลตอบแทนที่อาจสูงกว่า เนื่องจาก Private Asset มักมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ในตลาด (Public Asset)
  2. ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน Private Asset มักมีความผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป เนื่องจากไม่ถูกซื้อขายในตลาดเปิด ทำให้ไม่ผันผวนตามความต้องการตลาด
  3. เป็นการกระจายความเสี่ยง การลงทุนใน Private Asset ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นๆ ต่ำ
  4. เปิดโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ Private Asset ครอบคลุมสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ทำให้มีโอกาสลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

เปิดโลกการลงทุนใน Private Asset ที่ไม่เหมือนใคร! เรียนรู้กลยุทธ์การลงทุนใน Private Asset จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสร้างโอกาสในการแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้า ไปลงเรียนหลักสูตรนี้เลย “Private Asset ทางเลือกใหม่ของการลงทุน” ได้ความรู้ + นับชั่วโมงต่ออายุใบอนุญาต

Checklist ก่อนสอบ IC License พร้อมแค่ไหน เช็กเลย!

Checklist ก่อนสอบ IC License พร้อมแค่ไหน เช็กเลย!

  • รู้ขอบเขตเนื้อหาที่ใช้สอบ + จำนวนข้อและระยะเวลาสอบ
  • อ่านเนื้อหาครบ จบทุกบทแล้ว
  • ฝึกทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่าให้เยอะที่สุด (อย่างน้อย 3 ชุดขึ้นไป!)
  • จำสูตรคำนวณได้ขึ้นใจ พร้อมใช้เป็นในทุกสถานการณ์
  • มีแผนการทำข้อสอบ และบริหารเวลาสอบเป็น
  • เช็กเอกสารให้พร้อม ห้ามพลาดวัน/เวลา/สถานที่สอบ

ตัวช่วยเตรียมสอบ คอร์ส Super deal ติว IC – Ultra

  1. อบรมออนไลน์
  2. อบรมผ่าน E-learning
  3. สิทธิ์สอบ 1 ครั้ง
  4. โจทย์พิเศษมากกว่า 650 ข้อ